Plasmon Resonance : ความมหัศจรรย์ของแสงและอนุภาคนาโนทองคำ

กระจกสเตนกลาสที่เราเห็นในโบสถ์หรือสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ไม่ได้เกิดจากการทาสีบนกระจก แต่มันถูกสร้างขึ้นโดยการผสม “สารเคมี” ลงไปในเนื้อกระจกตอนหลอม เพื่อให้กระจกมีสีตั้งแต่ต้น! แต่ละสีที่เห็นมีที่มาจากองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน เช่น

สีน้ำเงิน: ได้จาก โคบอลต์ออกไซด์

สีเขียว: ได้จาก ออกไซด์ของทองแดง

สีเหลือง: ได้จาก ซิลเวอร์ไนเตรต (เงิน)

สีม่วง: ได้จาก แมงกานีส

สีขาวโปร่งแสง: ได้จาก ดีบุกออกไซด์

สีแดง: ได้จาก ทองคำ

แต่สงสัยกันไหมว่าทำไมทองคำนั้นให้สีออกมาเป็นสีแดง ?

เรื่องของเรื่องคือทองคำที่นำมาใช้นั้นไม่ใช่ทองคำแท่งที่เราพบกันบ่อย แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า อนุภาคนาโนทองคำ (gold nano particle) ซึ่งจะมีขนาดของอนุภาคอยู่ในช่วง 20 – 100 นาโนเมตร

โดยขนาดของอนุภาคนาโนทองคำนั้นจะส่งผลต่อการสะท้อนแสง โดยขนาดเล็ก (30 นาโนเมตร) จะสะท้องสีแดง และขนาดใหญ่ขึ้น (~100 นาโนเมตร) จะสะท้องแสงสีม่วงแดง

แต่ว่าทำไมอนุภาคนาโนทองคำถึงสามารถเปลี่ยนสีได้ ทั้งที่มันก็เป็นทองคำเหมือนเดิม? คำตอบอยู่ที่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Plasmon Resonance! ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด วันนี้เราจะอธิบายปรากฏการณ์นี้แบบง่าย ๆ โดยเปรียบเทียบอนุภาคนาโนทองคำเป็นเรือ และแสงเป็นคลื่นน้ำในทะเล

อนุภาคนาโนทอง = เรือ

ลองนึกภาพว่าอนุภาคนาโนทองคำแต่ละชิ้นเหมือนกับ “เรือเล็ก” ที่ลอยอยู่ในทะเล แต่ละลำมีขนาดแตกต่างกันไป บางลำเล็กมาก บางลำใหญ่กว่า และขนาดของเรือนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดว่า “เรือ” จะตอบสนองต่อคลื่นในทะเลแบบไหน


แสง = คลื่นน้ำ

แสงที่ตกกระทบอนุภาคนาโนทองก็เหมือน “คลื่นน้ำ” ที่ซัดเข้ามาชนเรือ คลื่นแต่ละลูกมีขนาดหรือความยาวคลื่น (wavelength) ต่างกัน เช่น คลื่นเล็กอาจจะกระแทกเรือขนาดเล็กได้แรงสุด แต่ถ้าเป็นคลื่นใหญ่ อาจจะเหมาะกับเรือลำใหญ่กว่า


การสั่นพ้อง = เรือไหวตัวตามคลื่น

เมื่อคลื่นน้ำกระทบเรือ จะเกิดการ “ไหวตัว” หรือการโยกขึ้นลงของเรือบนผิวน้ำ ซึ่งถ้าคลื่นกับขนาดเรือ “พอดี” กันพอดิบพอดี จะทำให้เรือโยกแรงที่สุด! ในโลกของวิทยาศาสตร์ เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การสั่นพ้อง” หรือ Resonance

ในกรณีของอนุภาคนาโนทองคำ เมื่อแสงที่มีความยาวคลื่นเหมาะสมมากระทบ อิเล็กตรอนบนผิวของอนุภาคจะ “สั่นพ้อง” กันกับแสงจนเกิดการดูดซับและสะท้อนสีเฉพาะออกมา นี่แหละคือที่มาของสีต่าง ๆ เช่น สีแดง สีม่วงแดง หรือแม้แต่สีม่วง!


ขนาดเรือ = ขนาดอนุภาค

  • เรือลำเล็ก (อนุภาคเล็ก): สั่นพ้องได้ดีที่สุดกับคลื่นเล็ก (แสงความยาวคลื่นสั้น) ทำให้สะท้อนแสงสีแดงสด
  • เรือลำใหญ่ (อนุภาคใหญ่): ตอบสนองกับคลื่นใหญ่ (แสงความยาวคลื่นยาวกว่า) ทำให้สะท้อนแสงสีม่วงหรือม่วงแดง

เหตุผลที่ทองคำโดดเด่นในปรากฏการณ์นี้ก็เพราะ…

  1. ความเสถียรสูง: ทองคำไม่เกิดสนิมหรือสลายตัวง่าย แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
  2. ความสามารถในการควบคุมการสั่นพ้อง: ทองคำสามารถสร้างอนุภาคเล็กมาก ๆ และปรับแต่งขนาดได้แม่นยำ ทำให้ควบคุมสีที่สะท้อนได้อย่างละเอียด

นอกจากในกระจกสเตนกลาสแล้ว ปรากฏการณ์นี้ยังถูกนำมาใช้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น

  • การตรวจจับโรค: ใช้อนุภาคนาโนทองคำในการวิเคราะห์ทางชีวภาพ
  • การรักษาโรคมะเร็ง: ใช้อนุภาคนาโนเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งด้วยความร้อน
  • อุปกรณ์แสดงผล: ใช้ในหน้าจอหรือวัสดุที่เปลี่ยนสีได้

ปรากฏการณ์ Plasmon Resonance คือการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ลงตัว เป็นเรื่องที่ทำให้เราเห็นว่าแม้แต่สิ่งเล็ก ๆ อย่างอนุภาคนาโนทองคำก็สามารถสร้างความสวยงามและความมหัศจรรย์ได้ในชีวิตประจำวัน

อย่าลืมติดตาม Dogtor เพื่อค้นพบเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในความงามรอบตัวเรา! หิวแสง… เพราะแสงมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น!

ref: http://dx.doi.org/10.18517/ijaseit.8.4-2.7055

Trending